Doomoviefree-HD

ดูหนังออนไลน์ ดูหนังเต็มเรื่องฟรี ดูหนังใหม่ หนังHD หนัง2022 doomoviefree-HD ซีรี่ย์ออนไลน์ หนังการ์ตูน

ดูหนังออนไลน์ฟรี บุพเพสันนิวาส 2

ดูหนังออนไลน์ฟรี บุพเพสันนิวาส 2

จักรวาลภาพยนตร์บุพเพสันนิวาส

ดูหนังออนไลน์ฟรี บุพเพสันนิวาส 2 มีภาคต่อกันอีกรึป่าวน้าา ‘บุพเพสันนิวาส’ เป็นจักรวาลภาพยนตร์ แม้ตัวละครอย่าง ‘ภพ’ และ ‘เกสร’ จะเชื่อมโยงกันกับฉบับละครในฐานะ ‘พี่หมื่น-การะเกด’ ที่กลับมาเกิดใหม่ แต่ต้วเนื้อเรื่องของ ‘บุพเพสันนิวาส ๒’ ก็ต้องนับว่าเป็นสปินออฟ จากเวอร์ชันละครล่ะนะ เพราะเนื้อหานั้นไม่ใช่ และไม่เกี่ยวข้องกับภาคต่อ (พรหมลิขิต) แต่อย่างใด แต่เป็นภาพยนตร์ที่แตกเส้นเรื่องออกมาจากจักรวาลหลัก แถมยังแทบจะไม่มีตัวละครจากฉบับละครกลับมาเลยแม้แต่น้อย และถ้าตัดคำว่าระลึกชาติออก ดูหนังออนไลน์ฟรี บุพเพสันนิวาส 2 ภพและเกสรก็เปรียบเสมือน ‘ตัวแปร’ ของพี่หมื่นและการะเกดอีกทีก็ว่าได้  เนื้องเรื่องชุลมุลสุดๆมีอะไรให้นาค้นหามากมาย ดูหนังออนไลน์ฟรี บุพเพสันนิวาส 2 ดูหนังชนโรง

คอนเซ็ปต์ บุพเพสันนิวาส 2

คอนเซ็ปต์ที่ดีไม่แพงบทละคร บุพเพสันนิวาส 2 ก็ต้องบอกว่า นี้ยังคงรักษาคอนเซ็ปต์ความเป็นรอมคอมที่หยิบเอาประวัติศาสตร์ และบุคคลสำคัญในสยาม มารวมเข้ากับความเป็น Fiction ได้อย่างค่อนข้างลงตัวนะ อาจจะเพราะด้วยรอมแพง เจ้าของบทประพันธ์ เข้ามาเป็นที่ปรึกษา เหมือนเป็นแกนกลางให้กับทีมเขียนบทของ GDH ด้วย ก็เลยยังคงสามารถผสมเรื่องแต่งเข้ากับประวัติศาสตร์ยุครัตนโกสินทร์สมัยรัชกาลที่ 3 ได้ออกมาสนุก น่าสนใจใคร่รู้ และมีจุดเชื่อมโยงถึงกันและกันและกันได้อย่างลงตัว ไม่มีส่วนไหนที่กระด้างกระเดือก

ต้องบอกอีกอย่างเลยว่าภาคนี้ ระหว่าผู้กำกับ กับนักเขียนสื่อสารกันได้ออกมาอย่างดีมากๆในขณะที่ฝั่ง GDH เองก็เข้ามายกเครื่องในส่วนของความเป็นนิยายได้สนุกเลย ตอนแรกผู้เขียนแอบกลัวแหละว่าทั้งสองฝั่งจะบาลานซ์เรื่องออกมาได้สมดุลไหม ซึ่งในองก์แรก ๆ ผู้เขียนที่เคยดูละครมานิดหน่อย ก็ยังพอแอบจับกลิ่นความเป็นละครช่อง 3 โดยเฉพาะพวกไวยากรณ์ทั้งวิธีการเล่าเรื่อง มุกตลก ต่าง ๆ นานา รวมทั้งการพยายามค่อย ๆ ใส่ Eester Egg จากละครบุพเพฯ เข้ามาเป็นจำนวนมากเพื่อเอาใจแฟน ๆ ที่เคยดูละครมาแล้ว และปูเรื่องจากภาคละครให้คนดูรู้เรื่องก่อนด้วย จนผู้เขียนก็แอบเผลอคิดไม่ได้ว่า นี่จะเป็นการยัดเยียดละครลงในหนังดื้อ ๆ หรือเปล่า

ดูหนังออนไลน์ฟรี บุพเพสันนิวาส 2

รู้สึกดีขึ้นที่ตัวหนังเริ่มค่อย ๆ ฉีกห่างและเริ่มเล่าเรื่องมากขึ้นเรื่อย ๆ แม้ในอีกมุมหนึ่งจะเป็นการปูส่งเข้าเรื่องที่ค่อนข้างช้าเนีอยอยู่เหมือนกัน พอเริ่มเดินเรื่องอย่างจริงจัง ถึงเริ่มจับทางได้ว่า นี่มัน ‘บุพเพสันนิวาส ฉบับ GDH’ จริง ๆ นั่นแหละ ยิ่งใครที่เคยดูหนังหรือซิตคอมมาก่อน ก็น่าจะพอจับทางความเป็นรอมคอมในแบบของค่ายนี้ได้ แล้วพอมันถูกเล่าด้วยรูปแบบนี้ ผลที่ได้ก็คือ ตัวหนังก็เลยพยายามเล่าประวัติศาสตร์โดยที่ไม่จำเป็นต้องประดิษฐ์แช่มช้อยสวยงาม หรือต้องวางท่าให้เป็นหนังที่ถูกต้องเป๊ะ ๆ หรือพยายามเคารพประวัติศาสตร์ดั่งพระประธานในโบสถ์

แต่มันถูกเล่าด้วย Pace แบบหนัง GDH ที่ยังเหลือพื้นที่ให้ใส่ความเป็นแฟนตาซีจ๋า ๆ รื้อสร้างคาแรกเตอร์ใหม่ให้กับบุคคลในประวัติศาสตร์ (แบบไม่ต้องแคร์ว่าจะดูเป็นการลบหลู่หรือไม่) และยังเหลือพื้นที่ให้เล่าเรื่องแบบกาว ๆ หรือโบ๊ะบ๊ะแค่ไหนก็ได้ แต่ยังคงอยู่ในกรอบของความเป็นบุพเพฯ อยู่นั่นเอง ซึ่งถือว่าเป็นการหารครึ่งที่ผู้เขียนรู้สึกว่าโอเค เพราะถ้าขืนยัดความเป็นบทละครช่อง 3 หรือเอาวิธีการแบบจีดีเอชมาเล่าล้วน ๆ เลย มันอาจจะไม่เวิร์ก ออกมาไม่สนุกเหมือนอย่างที่ควรจะเป็นก็ได้

Home
Account
Cart
Search