Doomoviefree-HD

ดูหนังออนไลน์ ดูหนังเต็มเรื่องฟรี ดูหนังใหม่ หนังHD หนัง2022 doomoviefree-HD ซีรี่ย์ออนไลน์ หนังการ์ตูน

ดูหนังออนไลน์พี่นาค 3 ฟรี

ดูหนังออนไลน์พี่นาค 3 ฟรี

รีวิวหนังออนไลน์ พี่นาค 3 Pantip

ดูหนังออนไลน์พี่นาค 3 ฟรี ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าหนังผีชุด “พี่นาค” ได้ดำเนินมาถึงภาค 3 แล้ว จากที่ดูเป็นเหมือนหนังไอเดียง่ายๆ ขายแล้วจบ ดูแล้วก็ลืม กลับมีการต่อยอดสร้างจักรวาลขึ้นมาเป็นเรื่องเป็นราว เผลอแปปเดียวก็ปาไป 3 ภาคแล้ว (ไม่แปลกก็เล่นสร้างกันปีละภาคเลย) ซึ่งแน่นอนยิ่งสร้างออกมามากขึ้น ก็ไม่อาจเลี่ยงได้กับการต้องประสบกับปัญหาโลกแตกของหนังภาคต่ออย่างการขาดความสดใหม่ หรือการใช้สูตรสำเร็จเดิมๆ ดูหนังออนไลน์พี่นาค 3 ฟรี

ดูหนังออนไลน์พี่นาค 3 ฟรี เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ อ๊อด (ปอนด์-คุณพัทธ์ พิเชษฐ์วรวุฒิ) สัปเหร่อหนุ่มแห่งวัดธรรมนาคานิมิตร กำลังจะเตรียมตัวเข้าพิธีบวชในอีกไม่กี่วัน ในฐานะที่เคยหนีผีกันมาตั้งแต่ภาคแรก บอลลูน (เอม-วิทวัส รัตนบุญบารมี) เฟิร์ส (เจมส์-ภูริพรรธน์ เวชวงศาเตชาวัชร์) และคุณโท มินจุน (มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร) จึงสละเวลางานเพื่อมาแสดงความยินดีกับอ๊อดในครั้งนี้ แต่ก็ต้องพบว่าอ๊อดกำลังป่วยหนักเพราะต้องคำสาปจากอาถรรพ์ของกำไล ที่เขาได้ขุดพบเจอโดยบังเอิญ อีกทั้งเขายังถูก ผีนาคคำ (แชมป์-ชนาธิป โพธิ์ทองคำ) ออกตามล่าเพื่อทวงกำไลคืน งานนี้ทั้งหน้าเก่าอย่างแก๊งค์เจ๊บอลลูน พ่วงด้วย เณรน็อต (ต้า-อธิวัตน์ แสงเทียน) ที่มีประสบการณ์หนีพี่พอๆกัน และหน้าใหม่อย่าง คิดดี (ตูน-อติรุจ แสงเทียน), เณรน้ำเหนือ (เทมโป-กัณฐพัทธ์ กิติชัยวรางค์กูร) และ แปมแปม (คิมเท ซิม) ยูทูปเบอร์จอมจุ้น จึงต้องร่วมมือกันไขปริศนาและล้างคำสาปให้อ๊อด ก่อนที่จะสายเกินไป ดูหนังออนไลน์พี่นาค 3 ฟรี

พี่นาค 3 ทำซ้ำแล้วจะดีเหมือนเดิม ?

“อะไรที่ดีแล้ว ก็ทำต่อไป” อาจจะเป็นคำพูดที่ถูกสำหรับเรื่องอื่นๆ หรืองานอื่นๆ แต่กับงานภาพยนตร์อะไรที่ดี อาจจะไม่ได้หมายความว่า ทำซ้ำแล้วจะดีเหมือนเดิม จะสำเร็จเหมือนเดิม แน่นอนปัญหานี้กำลังเกิดกับ พี่นาค 3 เพราะหนังใช้สูตรสำเร็จเหมือนภาคแรกและภาคสองตั้งแต่ต้นจนจบ เรียกว่าเหมือนเอาโครงเดิมมาวางใส่ เปลี่ยนแค่เหตุการณ์ในเรื่องแค่นั้นเอง ซึ่งแน่นอนการที่ไม่ใช่ครั้งแรก สิ่งที่เกิดขึ้นมันจึงไม่สดใหม่ ซ้ำซากแล้วก็จำเจ

แต่ตัวหนังก็พยายามจะฉีกแนวทางตัวเองออกไปจากสองภาคก่อน โดยในภาคนี้ตัวหนังให้กลิ่นอายคล้ายกับ Scooby-Doo (การ์ตูนชื่อดังของอเมริกาที่ว่าด้วยกลุ่มคนและหนึ่งหมากับการผจญภัยค้นหาเรื่องราวปริศนาเหนือธรรมชาติ) คือ มีการสืบหาต้นตอของคำสาปที่เกิดขึ้นกับอ๊อด แล้วก็หาวิธีการกำจัดคำสาปนั้น แต่หากว่าสิ่งที่มันดูขัดกันตลอดเวลาของเรื่องนี้คือ การจะเอาดีสักอย่างระหว่างสืบหาต้นตอคำสาป หรือจะตลกโปกฮาไร้แก่นสารไปเรื่อย หรือจะเป็นละครสอนคุณธรรมตอนเช้าวันเสาร์

หนำซ้ำการเล่าเรื่องในภาคนี้เห็นทีว่าจะเป็นแผลใหญ่เอาการ เพราะนอกจากจะแยกไม่ได้ระหว่างจริงจังกับตลกแล้ว การเล่าเรื่องยังถือว่าดูฝืนมาก ซึ่งล้วนแต่ขาดตรรกะและความน่าเชื่อถือ เล่าให้เห็นภาพ คือ มีคนกำลังทุกข์ทรมานจากคำสาปร้าย แล้วยังมีผีร้ายตามทำร้ายตลอดเส้นทาง ทั้งๆที่ควรจะอันตรายและน่ากลัว แต่หนังกลับแสดงออกมาในลักษณะของกลุ่มคณะตลกที่จะไปทริปขอหวยถ้ำนาคาซะมากกว่า แล้วก็วิ่งหนีผีสักหน่อยเดี๋ยวคนไม่รู้ว่านี่เป็นหนังผี ยังดีที่มีตัวละคร เณรน็อตและโทมินจุน ที่เหมือนจะคอยเป็นคนดึงทุกคนให้อยู่ในร่องในรอย แต่ก็ดูฝืนจังหวะหนังมากเหมือนกัน

แต่ในการใช้สูตรเดิมๆ ถ้าส่วนผสมมันมีคุณภาพ ยังไงซะมันก็ต้องมีจุดที่ดีกันบ้าง ใช่แล้ว สิ่งที่น่าจะเรียกได้ว่า ดีที่สุดแล้วก็แบกหนังเรื่องนี้ไว้ คือนักแสดงในเรื่องนั่นแหละ สองคนที่ต้องยกเครดิตให้เต็มๆเลย คือ เจ๊บอลลูนกับอีเฟิร์ส(ในเรื่องเรียกแบบนี้นะ) โดยเวลาสองคนนี้อยู่ด้วยกันเมื่อไหร่ เรียกว่า มีเสียงหัวเราะเกิดขึ้นแน่นอน ด้วยสไตล์ตลกแบบกระเทยๆ ปากไว ทำอะไรไม่คิด เซ่อซ่า มันคือจุดแข็งที่สองคนนี้ทำได้ดีตั้งแต่ภาคแรกนั่นแหละ แต่อย่างว่าพอมาในภาคนี้ที่สองคนนี้ไม่ได้เป็นต้นตอของเรื่อง เลยทำให้หลายครั้งสองคนนี้ดูน่ารำคาญในพฤติกรรมและเป็นคนทำลายกาลเทศะของหนังไปเสียเองด้วย (เปรียบง่ายๆเหมือนภาคแรกสองคนนี้เป็นเชฟทำอาหารจะอยู่ในครัวก็ไม่แปลก แต่ภาคนี้ยกระดับเป็นผู้ชิม แต่ก็ยังดันไปอยู่ในครัวอีก)

CGI ในการเล่าเรื่องเยอะเกินไป

ส่วนตัวละครอื่นๆ ก็จัดว่าเยอะไปหน่อย นอกจากเจ๊บอลลูนกับอีเฟิร์ส คนอื่นๆก็เหมือนเป็นไม้ประดับ คือ มีก็ได้ ไม่มีก็ไม่เสียหาย อย่างตัวละคร คิดดีกับเณรน้ำเหนือ เอาจริงๆ ตัดใครออกสักคนก็ยังได้ ส่วน คิวเท ก็อยู่ในสถานะกลางๆ ไม่จมไม่ลอย แต่ก็ยังดีที่มีซีนให้เล่นพอสมควรอยู่ในเฟรมกับคนอื่นๆ ตลอดทั้งเรื่อง พูดถึงอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ใส่เข้ามาได้ดีอย่างความเชื่อเรื่องพญานาคกับพระพุทธศาสนา เรียกว่า จัดเต็มทั้งเรื่องราวและงานภาพ ต้องบอกว่าหนังชุดนี้อีกหนึ่งสิ่งที่คนดูยอมรับเห็นจะเป็นเรื่องงานภาพ CGI กับการเมคอัพตัวผีนี่แหละ ซึ่งในภาคนี้ก็มีการอัปเกรดขึ้นพอสมควร ทั้งการใช้งาน CGI ในการเล่าเรื่องซึ่งทำได้ดีและมีคุณภาพไม่ขี้เหล่เลย รวมถึงงานสร้างอื่นๆ เช่น ฉากงานบวช ฉากหนีผีที่ไร่ข้าวโพด ฉากที่ถ้ำนาคา ก็ล้วนแต่อยู่ในเกณฑ์ที่ภาพยนตร์สักเรื่องควรทำได้ 

สรุปพี่นาค 3 Pantip

พี่นาค 3 ยังคงเป็นหนังที่ต่อยอดมาอยู่ในเกณฑ์ที่รับได้ มีคุณภาพในงานสร้าง แล้วก็ยังคงให้ความบันเทิงกับคนดูได้ดี แต่เห็นได้ชัดแล้วว่า สูตรสำเร็จเดิมๆ เริ่มจะกร่อยแล้ว สิ่งที่หนังในภาคนี้พยายามจะฉีกออกไปก็มีทั้งที่ทำได้ดีและทำได้ไม่ดี หากว่ายังมีอีกในภาคหน้าก็คงต้องหาทางปรุงสูตรใหม่ๆ เพื่อสร้างความสดใหม่ให้กับแฟรนไชส์พี่นาคกันต่อไป

Home
Account
Cart
Search